🛡️ ใบอนุญาตสถานพยาบาล 20101003361 👨‍⚕️ ดูแลโดยแพทย์ · ว.37670 ✦ ดูดไขมัน BodyTite โดยแพทย์ 📍 พัทยา · ตรงข้าม Terminal 21

← บทความ

เคยดูดไขมันมาแล้ว ทำ BodyTite ซ้ำได้ไหม? คุณหมอมีคำตอบ

สรุปสั้น

คำตอบคือ ‘ได้’ ในผู้ที่มีความเหมาะสมค่ะ BodyTite เป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหาผิวหย่อนคล้อยโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยหลังการดูดไขมัน โดยใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RF) เข้าไปกระตุ้นการหดตัวของผิวและเส้นใยพังผืดใต้ผิวหนัง รวมถึงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจทำหัตถการนี้จำเป็นต้องผ่านการประเมินอย่างละเอียดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แน่ใจว่าสภาพผิวและโครงสร้างชั้นไขมันเดิมเหมาะสมและปลอดภัย

ประเด็นสำคัญ

  • BodyTite สามารถทำได้หลังการดูดไขมัน เพื่อแก้ไขปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยที่การดูดไขมันเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถจัดการได้
  • ควรเว้นระยะห่างจากการดูดไขมันครั้งก่อนอย่างน้อย 6-12 เดือน เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวเต็มที่และแพทย์สามารถประเมินสภาพผิวที่แท้จริงได้
  • เทคโนโลยีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง หากหย่อนคล้อยมากอาจต้องพิจารณาการผ่าตัดยกกระชับ
  • การทำ BodyTite ในบริเวณที่เคยดูดไขมันอาจมีความซับซ้อนกว่าปกติ เนื่องจากมีพังผืดเกิดขึ้น จึงจำเป็นต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง
  • การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินรายบุคคลเป็นขั้นตอนสำคัญ เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสมและปลอดภัย ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

กลไกของ BodyTite: ไม่ใช่การดูดไขมัน แต่คือการ 'รีด' ผิวให้กระชับ

สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ BodyTite และการดูดไขมัน (Liposuction) มีเป้าหมายหลักที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การดูดไขมันมุ่งเน้นที่การกำจัดเซลล์ไขมันส่วนเกินเพื่อลดปริมาตรและปรับรูปร่าง แต่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับความยืดหยุ่นของผิวหนังโดยตรง ในทางกลับกัน BodyTite คือเทคโนโลยีที่ใช้หลักการ Radio-Frequency Assisted Lipolysis (RFAL™) ซึ่งเป็นการส่งพลังงานคลื่นความถี่วิทยุผ่าน Handpiece ที่มีขั้วไฟฟ้าสองขั้ว (Bipolar)

กลไกการทำงานคือ ขั้วไฟฟ้าขนาดเล็ก (Internal Electrode) จะถูกสอดเข้าไปใต้ผิวหนังในชั้นไขมัน ในขณะที่ขั้วไฟฟ้าอีกอัน (External Electrode) จะวางอยู่บนผิวหนังด้านนอก พลังงาน RF จะวิ่งระหว่างขั้วทั้งสอง ทำให้เกิดความร้อนในชั้นผิวหนังและชั้นไขมันอย่างสม่ำเสมอและควบคุมได้ ความร้อนนี้เองที่ส่งผลให้เส้นใยพังผืดที่ยึดผิว (Fibroseptal Network) หดตัวลงทันที พร้อมทั้งกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในระยะยาว ผลลัพธ์คือผิวที่ตึงกระชับและเรียบเนียนขึ้นจากภายในสู่ภายนอก

เหตุใดผิวจึงหย่อนคล้อยหลังดูดไขมัน? และ BodyTite เข้ามาช่วยได้อย่างไร

ลองจินตนาการถึงลูกโป่งที่ถูกปล่อยลมออก เมื่อปริมาตรภายในลดลงอย่างรวดเร็ว ผิวของลูกโป่งก็จะเหี่ยวย่นและไม่ตึงเหมือนเดิม ผิวหนังของเราก็เช่นกัน หลังการดูดไขมันปริมาณมากออกไป ผิวหนังซึ่งเคยขยายตัวเพื่อรองรับชั้นไขมันอาจไม่สามารถหดตัวกลับมาได้เต็มที่เสมอไป โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากขึ้น มีสภาพผิวที่ขาดความยืดหยุ่นแต่เดิม หรือในบริเวณที่มีการดูดไขมันออกไปจำนวนมาก ภาวะนี้เรียกว่า Skin Laxity หรือความหย่อนคล้อยของผิว

BodyTite ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อจัดการกับปัญหานี้โดยตรง ขณะที่การดูดไขมันแก้ปัญหาที่ 'ปริมาณ' BodyTite จะเข้ามาแก้ปัญหาที่ 'คุณภาพและการหดตัว' ของผิวหนัง การทำงานร่วมกันจึงเป็นการดูแลที่ครบวงจรยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่เคยดูดไขมันไปแล้วและเผชิญกับปัญหาผิวไม่กระชับ BodyTite จึงเป็นทางเลือกที่เข้ามาช่วยเก็บรายละเอียด ทำให้ผลลัพธ์ของการปรับรูปร่างดูสมส่วนและผิวเรียบตึงขึ้น

การประเมินสภาพผิวและโครงสร้างใต้ผิวหนังก่อนทำ BodyTite ซ้ำ

การทำหัตถการในบริเวณที่เคยผ่านการดูดไขมันมาก่อนมีความท้าทายและต้องการความเชี่ยวชาญจากแพทย์เป็นพิเศษ เนื่องจากกระบวนการฟื้นฟูร่างกายหลังการดูดไขมันจะมีการสร้างพังผืด (Scar Tissue) ขึ้นในชั้นใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่พังผืดเหล่านี้อาจทำให้โครงสร้างชั้นไขมันไม่สม่ำเสมอและมีความหนาแน่นกว่าปกติ แพทย์จึงต้องประเมินอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ที่ Mediqueen Clinic พัทยา ทีมแพทย์นำโดยคุณหมอ (ว.37670) จะให้ความสำคัญกับการซักประวัติอย่างละเอียด เช่น เทคนิคการดูดไขมันครั้งก่อน ปริมาณไขมันที่ดูดออก และระยะเวลาที่ผ่านมา แพทย์จะทำการตรวจร่างกายเพื่อประเมินความหนาของชั้นไขมันที่เหลืออยู่ ระดับความหย่อนคล้อยของผิว และลักษณะของพังผืด เพื่อวางแผนการปล่อยพลังงาน RF ของ BodyTite ได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย การประเมินที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงของผิวที่ไม่เรียบ (Contour Irregularities) และให้ผลลัพธ์การยกกระชับที่ดี

ใครที่เหมาะและไม่เหมาะกับการทำ BodyTite หลังดูดไขมัน?

ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการทำ BodyTite หลังดูดไขมัน คือกลุ่มคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับน้อยถึงปานกลาง (Mild to Moderate Laxity) และยังมีคุณภาพผิวที่ดีพอสมควร มีความคาดหวังต่อผลลัพธ์ที่สมเหตุสมผล และเข้าใจว่านี่คือหัตถการเพื่อการยกกระชับ ไม่ใช่การลดน้ำหนักหรือกำจัดไขมันเพิ่มเติม นอกจากนี้ ควรมีสุขภาพโดยรวมที่แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้าม และไม่ได้อยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ในทางกลับกัน ผู้ที่ไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสำหรับหัตถการนี้ คือผู้ที่มีผิวหนังหย่อนคล้อยอย่างรุนแรง ซึ่งมักพบหลังการลดน้ำหนักจำนวนมากหรือหลังการตั้งครรภ์ ในกรณีเหล่านี้ การผ่าตัดศัลยกรรมยกกระชับ (เช่น Tummy Tuck หรือ Arm Lift) อาจเป็นทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่า นอกจากนี้ผู้ที่มีประวัติการเกิดแผลเป็นคีลอยด์ง่าย มีการติดเชื้อบริเวณผิวหนัง หรือมีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้ ควรหลีกเลี่ยงหัตถการนี้ และควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางการดูแลอื่นที่เหมาะสม

ขั้นตอนการดูแลและสิ่งที่คาดหวังได้จากการทำ BodyTite

กระบวนการเริ่มต้นจากการปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและวางแผน เมื่อถึงวันทำหัตถการ แพทย์จะให้ยาชาเฉพาะที่เพื่อลดความรู้สึกเจ็บ จากนั้นจะเปิดแผลขนาดเล็ก (ประมาณ 3-4 มิลลิเมตร) เพื่อสอดท่อของ BodyTite เข้าไปใต้ผิวหนัง แพทย์จะเคลื่อนเครื่องมือไปมาอย่างช้าๆ ในบริเวณที่ต้องการยกกระชับ โดยมีระบบเซ็นเซอร์คอยควบคุมอุณหภูมิทั้งภายในและภายนอกผิวหนังตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการเกิดผิวไหม้

หลังเสร็จสิ้นหัตถการ คนไข้สามารถกลับบ้านได้ แต่อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือรู้สึกตึงๆ บริเวณที่ทำได้ ซึ่งเป็นอาการปกติและจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ แพทย์จะแนะนำให้สวมชุดกระชับ (Compression Garment) อย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำ เพื่อช่วยลดอาการบวมและทำให้ผิวเข้าที่ได้ดีขึ้น ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงและจะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นผลเต็มที่ในช่วง 3-6 เดือนหลังทำ เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างสมบูรณ์ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะคงอยู่ได้ยาวนาน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและปัจจัยของแต่ละบุคคล

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

เช่นเดียวกับหัตถการทางการแพทย์อื่นๆ BodyTite มีความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ แม้จะพบได้ไม่บ่อย ผลข้างเคียงทั่วไปที่พบได้คืออาการบวม ช้ำ แดง หรือรู้สึกชาบริเวณที่ทำ ซึ่งมักจะหายไปได้เองในเวลาไม่กี่สัปดาห์ บางกรณีอาจเกิดผิวไม่เรียบหรือเป็นคลื่นได้ชั่วคราว ซึ่งการนวดและสวมชุดกระชับจะช่วยให้อาการดีขึ้น

ผลข้างเคียงที่รุนแรงแต่พบได้น้อยมาก ได้แก่ การติดเชื้อ การเกิดแผลไหม้จากความร้อน (Thermal Burn) การเกิดแผลเป็น หรือการเปลี่ยนแปลงของสีผิวอย่างถาวร การเลือกทำหัตถการกับแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงและในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานอย่าง Mediqueen Clinic จะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ลงได้อย่างมาก เนื่องจากแพทย์จะมีความเข้าใจในกายวิภาคและสามารถควบคุมพลังงานได้อย่างแม่นยำ รวมถึงมีเครื่องมือและกระบวนการที่สะอาด ปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย

ต้องรอนานแค่ไหนหลังดูดไขมัน จึงจะสามารถทำ BodyTite ได้?

โดยทั่วไป แพทย์แนะนำให้รออย่างน้อย 6-12 เดือนหลังจากการดูดไขมันครั้งล่าสุดค่ะ เพื่อให้การอักเสบและอาการบวมยุบลงอย่างสมบูรณ์ และเพื่อให้แพทย์สามารถประเมินระดับความหย่อนคล้อยที่แท้จริงของผิวได้อย่างแม่นยำก่อนตัดสินใจทำ BodyTite

การทำ BodyTite เจ็บมากไหม และต้องพักฟื้นนานหรือไม่?

ระหว่างทำหัตถการจะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ ทำให้คนไข้จะรู้สึกเจ็บน้อยมาก หรืออาจรู้สึกอุ่นๆ ใต้ผิวเท่านั้น หลังทำอาจมีอาการปวดตึงคล้ายการออกกำลังกายหนักๆ ซึ่งสามารถรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาได้ โดยทั่วไปสามารถกลับไปทำกิจกรรมเบาๆ ได้ใน 2-3 วัน แต่ควรงดการออกกำลังกายหนักประมาณ 2-4 สัปดาห์ตามคำแนะนำของแพทย์ค่ะ

ผลลัพธ์ของ BodyTite อยู่ได้นานแค่ไหน?

ผลลัพธ์ของ BodyTite สามารถคงอยู่ได้ยาวนาน เนื่องจากเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ สภาพผิวเดิม การดูแลตัวเองหลังทำ ไลฟ์สไตล์ และกระบวนการแก่ชราตามธรรมชาติของร่างกาย

ถ้าเคยดูดไขมันจากคลินิกอื่นมา สามารถมาปรึกษาเพื่อทำ BodyTite ที่ Mediqueen Clinic ได้หรือไม่?

สามารถทำได้แน่นอนค่ะ ที่ Mediqueen Clinic พัทยา เรายินดีให้คำปรึกษาและดูแลคนไข้ทุกท่าน สิ่งสำคัญคือการนำข้อมูลประวัติการทำหัตถการครั้งก่อน (ถ้ามี) มาให้คุณหมอ (ว.37670) ประเมินอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการดูแลที่ปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ

BodyTite สามารถทำพร้อมกับการดูดไขมันครั้งแรกได้เลยหรือไม่?

ได้ค่ะ การทำ BodyTite ควบคู่ไปกับการดูดไขมันในครั้งเดียวกันเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยม เพราะเป็นการกำจัดไขมันพร้อมกับกระชับผิวไปในคราวเดียว ซึ่งอาจช่วยลดโอกาสเกิดผิวหย่อนคล้อยหลังทำได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่เคยดูดไขมันไปแล้วและมาทำ BodyTite ทีหลัง ก็ยังคงเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาผิวไม่กระชับเช่นกันค่ะ

⚠️ ผลลัพธ์ขึ้นกับแต่ละบุคคล · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

💬 ปรึกษาแพทย์ฟรี ทาง LINE
💬 ปรึกษาฟรี · LINE