🛡️ ใบอนุญาตสถานพยาบาล 20101003361 👨‍⚕️ ดูแลโดยแพทย์ · ว.37670 ✦ ดูดไขมัน BodyTite โดยแพทย์ 📍 พัทยา · ตรงข้าม Terminal 21

← บทความ

HIFU กับ ร้อยไหม ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ

สรุปสั้น

HIFU และร้อยไหม คือสองทางเลือกในการยกกระชับผิวที่ได้รับความนิยม แต่มีหลักการทำงานและเหมาะกับปัญหาผิวที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง HIFU ใช้คลื่นอัลตราซาวด์กระตุ้นคอลลาเจนจากชั้นลึกเพื่อให้ผิวกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ในขณะที่การร้อยไหมเป็นการใช้เส้นไหมละลายเพื่อ ‘ดึง’ และพยุงผิวที่หย่อนคล้อยให้เข้าที่ การเลือกหัตถการที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับการประเมินโครงสร้างผิวและความต้องการของแต่ละบุคคลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่การเลือกว่าวิธีใดดีกว่ากัน

ประเด็นสำคัญ

  • HIFU ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (High-Intensity Focused Ultrasound) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว SMAS ทำให้ผิวกระชับและแน่นขึ้นจากภายใน ผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏอย่างเป็นธรรมชาติ
  • การร้อยไหม เป็นหัตถการที่ใช้ไหมละลายสอดใต้ผิวเพื่อสร้างแกนพยุงและดึงรั้งผิวที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้น สามารถแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยที่เห็นได้ชัดเจนกว่า
  • HIFU เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง ต้องการปรับกรอบหน้าให้คมชัดและฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม โดยไม่มีบาดแผลและไม่ต้องพักฟื้น
  • การร้อยไหม เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อยย้อย ร่องแก้มลึก หรือกรอบหน้าไม่กระชับที่ต้องการการยกพยุงทางกายภาพที่ชัดเจนขึ้น
  • ในบางกรณี แพทย์อาจแนะนำให้ทำสองหัตถการร่วมกัน (Combination Treatment) เพื่อผลลัพธ์การยกกระชับที่ครอบคลุม ทั้งการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในด้วย HIFU และการจัดระเบียบผิวภายนอกด้วยการร้อยไหม

เจาะลึกกลไกการทำงานของ HIFU: ยกกระชับจากโครงสร้างภายใน

HIFU หรือ High-Intensity Focused Ultrasound คือเทคโนโลยีการใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ที่มีความเข้มข้นสูงและเฉพาะเจาะจง ยิงลงไปใต้ชั้นผิวหนังจนถึงระดับชั้นพังผืดที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อ หรือ SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นผิวหนังเดียวกับที่ศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดดึงหน้า พลังงานจะทำให้เกิดจุดความร้อนขนาดเล็ก (Thermal Coagulation Points) เรียงกันเป็นแนวจุดไข่ปลาใต้ผิว ทำให้ชั้น SMAS เกิดการหดตัวในทันที ซึ่งส่งผลให้โครงหน้าดูกระชับขึ้นในระดับหนึ่งหลังทำ

กลไกสำคัญที่ให้ผลลัพธ์ในระยะยาวคือ กระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเองของร่างกาย (Wound Healing Process) เมื่อเนื้อเยื่อได้รับความร้อน จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่อย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่ชัดเจนจึงจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นในช่วง 1-3 เดือนหลังทำ ผิวจะดูแน่นขึ้น อิ่มฟูขึ้น ริ้วรอยเล็กๆ ดูจางลง และกรอบหน้าคมชัดขึ้น เป็นการฟื้นฟูความอ่อนเยาว์จากโครงสร้างภายในอย่างเป็นธรรมชาติ ที่ Mediqueen Clinic พัทยา เราเลือกใช้เครื่อง Ultra V HIFU Plus ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อส่งพลังงานได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ

ทำความเข้าใจหลักการของ 'การร้อยไหม': การพยุงผิวทางกายภาพ

การร้อยไหม เป็นหัตถการที่ให้ผลลัพธ์การยกกระชับที่แตกต่างออกไป โดยอาศัยหลักการทางกายภาพในการ ‘ดึง’ และ ‘พยุง’ เนื้อเยื่อผิวที่หย่อนคล้อย แพทย์จะใช้เข็มนำเส้นไหมละลายชนิดพิเศษ (เช่น ไหม PDO, PCL) ที่มีลักษณะเป็นเงี่ยง (Cogs) หรือกรวย (Cones) สอดเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เมื่อจัดวางเส้นไหมในตำแหน่งที่ต้องการแล้ว เงี่ยงของไหมจะเกี่ยวและยึดเกาะกับเนื้อเยื่อ ทำให้แพทย์สามารถดึงยกผิวที่หย่อนคล้อยบริเวณแก้ม กรอบหน้า หรือเหนียงขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมได้ทันที

นอกจากการยกกระชับทางกายภาพแล้ว เส้นไหมที่ถูกสอดเข้าไปยังทำหน้าที่เป็น ‘นั่งร้าน’ กระตุ้นให้ร่างกายสร้างพังผืดและคอลลาเจนขึ้นมาล้อมรอบเส้นไหม เมื่อเวลาผ่านไป ไหมจะค่อยๆ สลายไปตามธรรมชาติ แต่คอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จะยังคงอยู่และทำหน้าที่พยุงผิวต่อไป ทำให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้ยาวนาน การร้อยไหมจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยที่มองเห็นได้ชัดเจนและต้องการการปรับรูปหน้าที่มีมิติมากขึ้น

เปรียบเทียบจุดต่อจุด: HIFU vs ร้อยไหม เลือกอะไรดี?

**ด้านผลลัพธ์:** HIFU ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ผิวจะค่อยๆ แน่นและกระชับขึ้นเหมือนย้อนเวลาให้ผิว ในขณะที่ร้อยไหมจะให้ผลลัพธ์การยก (Lifting) ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของกรอบหน้าได้ชัดเจนกว่าและเร็วกว่า เนื่องจากเป็นการดึงผิวทางกายภาพโดยตรง

**ด้านปัญหาที่เหมาะสม:** HIFU เหมาะกับปัญหาความหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง การลดไขมันแก้มและเหนียงบางส่วน ปรับกรอบหน้าให้คมชัด และฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม ส่วนการร้อยไหมจะตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อยย้อย ร่องน้ำหมากลึก หรือต้องการยกมุมปากและหางตาที่ตกอย่างเห็นได้ชัด

**ด้านความรู้สึกและการพักฟื้น:** HIFU เป็นหัตถการที่ไม่มีแผลภายนอก ขณะทำอาจรู้สึกอุ่นๆ หรือเจ็บจี๊ดๆ บริเวณใต้ผิว หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที อาจมีอาการระบมเล็กน้อย ส่วนการร้อยไหมเป็นหัตถการกึ่งรุกล้ำ (Minimally Invasive) มีรอยเข็มขนาดเล็ก อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือรู้สึกตึงๆ บริเวณที่ร้อยได้ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก และมีข้อจำกัดในการแสดงสีหน้าหรือการอ้าปากกว้างๆ ในช่วงแรก

ใครเหมาะกับ HIFU? และใครที่การร้อยไหมอาจเป็นคำตอบ?

**กลุ่มที่เหมาะกับ HIFU:** ผู้ที่เริ่มมีสัญญาณของความหย่อนคล้อย อายุประมาณ 25-45 ปี ที่กรอบหน้ายังไม่ตกมากนัก แต่รู้สึกว่าผิวไม่แน่นเหมือนเดิม ต้องการป้องกันความหย่อนคล้อยในอนาคต หรือผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวโดยรวมให้ดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องการการพักฟื้น นับเป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ที่ไม่เอื้อต่อการพักฟื้นนานๆ เช่น คนทำงานในเมืองพัทยาที่ต้องการความรวดเร็วและกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ทันที

**กลุ่มที่เหมาะกับการร้อยไหม:** ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ที่มีความหย่อนคล้อยของใบหน้าชัดเจน มีปัญหาแก้มตก กรอบหน้าหย่อนคล้อยเป็นร่อง หรือผู้ที่เคยทำ HIFU แล้วแต่ยังต้องการผลลัพธ์การยกที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในบางบริเวณ การร้อยไหมจะสามารถเข้าไปแก้ไขโครงสร้างที่หย่อนคล้อยได้ตรงจุดมากกว่า อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีผิวบางมากหรือหย่อนคล้อยมากเกินไป อาจไม่เหมาะกับหัตถการนี้และควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาทางเลือกอื่น

**ข้อควรระวัง:** ทั้งสองหัตถการมีข้อห้ามสำหรับสตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่จะทำ ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเองบางชนิด หรือผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ ดังนั้น การให้ข้อมูลประวัติสุขภาพกับแพทย์อย่างครบถ้วนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ทำร่วมกันได้หรือไม่? เทคนิคผสมผสานเพื่อผลลัพธ์ที่ครอบคลุม

ในทางการแพทย์ความงามยุคใหม่ การรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy) กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเพื่อผลลัพธ์ที่ดีและครอบคลุมทุกมิติ การทำ HIFU ร่วมกับการร้อยไหมก็เป็นหนึ่งในเทคนิคที่ให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจในผู้ที่มีปัญหาซับซ้อน โดยแพทย์อาจวางแผนให้ทำ HIFU ก่อน เพื่อเป็นการเตรียมผิว กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึก และทำให้ผิวโดยรวมแน่นขึ้น เปรียบเสมือนการปรับปรุง 'โครงสร้าง' ของบ้านให้แข็งแรง

หลังจากนั้นประมาณ 1-3 เดือน เมื่อคอลลาเจนเริ่มทำงานเต็มที่ แพทย์อาจพิจารณาทำการร้อยไหมในบริเวณที่ยังมีความหย่อนคล้อยเฉพาะจุด เช่น ร่องแก้ม หรือกรอบหน้า เพื่อ 'จัดระเบียบ' และดึงยกผิวภายนอกให้เข้าที่ การทำเช่นนี้ช่วยให้ใช้จำนวนเส้นไหมน้อยลง ลดโอกาสเกิดการบวมช้ำ และได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและยาวนานขึ้น อย่างไรก็ตาม แผนการรักษานี้ต้องอยู่ภายใต้การประเมินและดูแลโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เหมาะสม

การเตรียมตัวและคำถามที่ควรถามแพทย์ก่อนตัดสินใจ

การตัดสินใจทำหัตถการบนใบหน้าเป็นเรื่องสำคัญ การปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดคือขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม ที่ Mediqueen Clinic พัทยา เราให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส โดยคุณหมอ (ว.37670) จะเป็นผู้ประเมินสภาพผิวและให้คำแนะนำด้วยตนเอง ก่อนการปรึกษา ควรเตรียมข้อมูลประวัติการทำหัตถการต่างๆ โรคประจำตัว และยาที่รับประทานเป็นประจำ

**คำถามที่ควรถามแพทย์:**

- จากโครงสร้างใบหน้าและปัญหาของดิฉัน/ผม หัตถการใดเหมาะสมกว่ากัน และเพราะเหตุใด?

- ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ตามความเป็นจริงเป็นอย่างไร และจะอยู่ได้นานประมาณเท่าไร?

- ขั้นตอนการทำเป็นอย่างไร ใช้เวลานานแค่ไหน และมีความรู้สึกอย่างไรบ้าง?

- การดูแลตัวเองหลังทำมีอะไรบ้าง และมีข้อควรระวังพิเศษหรือไม่?

- ความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้มีอะไรบ้าง แม้จะพบได้น้อยก็ตาม?

คำถามที่พบบ่อย

ทำ HIFU เจ็บไหม? ต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?

ความรู้สึกขณะทำ HIFU จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ส่วนใหญ่จะรู้สึกอุ่นๆ หรือเหมือนมีไฟฟ้าวิ่งเบาๆ ใต้ผิว โดยเฉพาะบริเวณแนวกระดูก ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพลังงานลงไปถึงชั้นเป้าหมาย โดยทั่วไปความเจ็บอยู่ในระดับที่ทนได้และไม่ต้องใช้ยาชา (แต่อาจทายาชาก่อนทำได้เพื่อความสบาย) จุดเด่นของ HIFU คือไม่ต้องพักฟื้นเลย หลังทำสามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อาจมีรอยแดงหรืออาการระบมเล็กน้อยซึ่งจะหายไปเองในไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งวัน

ร้อยไหมจะทำให้หน้าเป็นพังผืด หรือดูผิดรูปในระยะยาวหรือไม่?

ไหมที่ใช้ในการแพทย์ความงามปัจจุบันเป็นวัสดุที่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ (Absorbable Suture) การเกิดพังผืดเล็กน้อยรอบเส้นไหมเป็นกลไกปกติที่ช่วยในการยึดเกาะและพยุงผิว หากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจกายวิภาคบนใบหน้าเป็นอย่างดี มีการวางไหมในชั้นผิวที่ถูกต้อง และใช้จำนวนเส้นไหมที่เหมาะสม จะไม่ทำให้เกิดพังผืดที่แข็งเป็นก้อนหรือทำให้ใบหน้าผิดรูปในระยะยาว แต่จะได้ผลลัพธ์ที่ดูกลมกลืนและเป็นธรรมชาติ

ผลลัพธ์ของ HIFU กับร้อยไหม อยู่ได้นานแค่ไหน?

ระยะเวลาของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อายุ สภาพผิวเดิม การดูแลตัวเอง และเทคนิคของแพทย์ โดยทั่วไปผลลัพธ์ของ HIFU สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี ส่วนการร้อยไหมผลลัพธ์จะอยู่ได้นานกว่าที่ประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมที่ใช้ ทั้งนี้ กระบวนการแก่ของผิว (Aging Process) ยังคงดำเนินต่อไปตามธรรมชาติ การกลับมาทำซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยรักษาสภาพผิวให้ดูดีอยู่เสมอ

ถ้าเคยฉีดฟิลเลอร์หรือสารลดริ้วรอย (Botulinum Toxin) มา สามารถทำ HIFU หรือร้อยไหมได้ไหม?

สามารถทำได้ แต่ต้องเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม โดยทั่วไปแนะนำให้เว้นระยะจากการฉีดสารลดริ้วรอยอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ และเว้นจากการฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ก่อนทำ HIFU หรือร้อยไหมในบริเวณเดียวกัน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อสารที่ฉีดเข้าไปและเพื่อให้ผลลัพธ์ของแต่ละหัตถการมีประสิทธิภาพสูงสุด สิ่งสำคัญคือต้องแจ้งประวัติการทำหัตถการทั้งหมดให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดในการปรึกษา

⚠️ ผลลัพธ์ขึ้นกับแต่ละบุคคล · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

💬 ปรึกษาแพทย์ฟรี ทาง LINE
💬 ปรึกษาฟรี · LINE