PRP ฟื้นฟูผิวหน้า ลดริ้วรอยด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้น
PRP (Platelet Rich Plasma) คือโปรแกรมฟื้นฟูสภาพผิวโดยใช้เกล็ดเลือดเข้มข้นที่สกัดจากเลือดของคนไข้เอง อุดมด้วย Growth Factor ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ตามธรรมชาติ ช่วยลดเลือนริ้วรอย รอยสิว และปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน แข็งแรงขึ้น เป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากใช้สารจากร่างกายตัวเอง ลดโอกาสการแพ้ ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสม ดูแลโดยแพทย์ ว.37670
ประเด็นสำคัญ
- PRP ใช้เกล็ดเลือดเข้มข้นที่สกัดจากเลือดของตัวเองในการฟื้นฟูผิว
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและไฮยาลูรอนิกแอซิดตามธรรมชาติ
- เป็นทางเลือกในการลดเลือนริ้วรอย รอยดำจากสิว และปรับผิวให้เรียบเนียน
- มีความปลอดภัยสูง โอกาสเกิดการแพ้หรือผลข้างเคียงรุนแรงมีน้อย
- ผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏและเห็นผลชัดเจนขึ้นในช่วง 3 เดือนหลังทำ
PRP คืออะไร และทำงานอย่างไร?
PRP (Platelet Rich Plasma) คือพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้นสูง ซึ่งสกัดได้จากเลือดของคนไข้เอง ในเกล็ดเลือดอุดมไปด้วยโปรตีนและ Growth Factor หลายชนิด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อใหม่ของร่างกาย
เมื่อฉีด PRP เข้าสู่ชั้นผิวหนัง Growth Factor จะเข้าไปกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มขึ้น ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวที่เสื่อมสภาพจากอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผิวที่หย่อนคล้อยกลับมามีความยืดหยุ่น ริ้วรอยร่องตื้นดูจางลง ผิวจึงดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดีขึ้น
ขั้นตอนการทำ PRP Treatment
1. **ปรึกษาแพทย์:** แพทย์จะประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
2. **เก็บตัวอย่างเลือด:** เจาะเลือดจากคนไข้ในปริมาณเล็กน้อย (คล้ายการตรวจสุขภาพ)
3. **กระบวนการสกัด:** นำเลือดไปเข้าเครื่องปั่นเหวี่ยง (Centrifuge) เพื่อคัดแยกชั้นพลาสมาที่อุดมด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้นออกมา
4. **เตรียมผิวและฉีด:** ทำความสะอาดผิวและทายาชาบริเวณที่จะทำการรักษา จากนั้นแพทย์จะนำ PRP ที่สกัดได้ฉีดกลับเข้าไปยังบริเวณผิวที่มีปัญหาอย่างเบามือ
การดูแลตัวเองหลังทำ PRP
หลังการทำ PRP อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะค่อยๆ หายไปเองภายใน 2-3 วัน ในช่วงแรกควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด:
• หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือล้างหน้าอย่างน้อย 6 ชั่วโมงหลังทำ
• งดการแต่งหน้าเป็นเวลา 1 วัน เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ
• หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดจัด และทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ
• งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการทานยาในกลุ่มแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟน
• หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ AHA หรือสารผลัดเซลล์ผิวในช่วง 3-5 วันแรก
ผลลัพธ์ที่คาดหวังและระยะเวลา
กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ต้องใช้เวลา ผลลัพธ์จึงไม่ได้ปรากฏในทันที แต่จะค่อยๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงทีละน้อย โดยจะเริ่มสังเกตได้ว่าผิวเรียบเนียนและดูดีขึ้นหลังทำไปแล้วประมาณ 4-6 สัปดาห์ และจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นภายใน 3 เดือน
เพื่อประสิทธิภาพการรักษาที่ต่อเนื่อง แพทย์อาจแนะนำให้ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างแต่ละครั้งประมาณ 1 เดือน ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
คำถามที่พบบ่อย
ทำ PRP เจ็บไหม?
ก่อนทำจะมีการทายาชาเพื่อบรรเทาความเจ็บ ระหว่างฉีดอาจรู้สึกเล็กน้อยคล้ายการฉีดทั่วไป แต่โดยรวมแล้วเป็นกระบวนการที่ทนได้และใช้เวลาไม่นาน
ต้องพักฟื้นหลังทำนานแค่ไหน?
โดยทั่วไปไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อาจมีอาการบวมหรือรอยช้ำเล็กน้อยซึ่งจะหายได้เองใน 2-3 วัน
การทำ PRP ปลอดภัยหรือไม่?
มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นการใช้เกล็ดเลือดจากร่างกายของคนไข้เอง จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้หรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้เป็นอย่างดี
PRP เหมาะกับการรักษาอะไรบ้าง?
PRP นิยมใช้ในการฟื้นฟูผิวหน้า ลดเลือนริ้วรอยตื้นๆ รอยหลุมสิวที่ไม่ลึกมาก รอยคล้ำใต้ตา และช่วยปรับสภาพผิวให้ดูสดใสและมีสุขภาพดีขึ้น
⚠️ ผลลัพธ์ขึ้นกับแต่ละบุคคล · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ
💬 ปรึกษาแพทย์ฟรี ทาง LINE