🛡️ ใบอนุญาตสถานพยาบาล 20101003361 👨‍⚕️ ดูแลโดยแพทย์ · ว.37670 ✦ ดูดไขมัน BodyTite โดยแพทย์ 📍 พัทยา · ตรงข้าม Terminal 21

← บทความ

PRP, Exosome, Rejuran ต่างกันอย่างไร? แพทย์ชี้ชัดเลือกตัวไหนดี

สรุปสั้น

การเลือกระหว่าง PRP, Exosome และ Rejuran ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและเป้าหมายที่ต้องการเป็นหลัก โดย PRP ใช้เกล็ดเลือดตัวเองเพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมทั่วไป, Rejuran ใช้สารสกัด DNA ปลาแซลมอน (PN) เพื่อซ่อมแซมเซลล์และสร้างโครงสร้างผิวใหม่, ส่วน Exosome ใช้สารสื่อสารจากสเต็มเซลล์เพื่อฟื้นฟูผิวองค์รวมและลดการอักเสบ การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวจึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการเลือกทรีตเมนต์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

ประเด็นสำคัญ

  • PRP (Platelet-Rich Plasma) มาจากเลือดของผู้รับบริการเอง มี Growth Factor ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมผิวโดยรวม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบองค์รวม
  • Rejuran (Polynucleotide) สกัดจาก DNA ปลาแซลมอน ทำหน้าที่ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหาย สร้างโครงข่ายให้ผิวแข็งแรง เหมาะกับปัญหาหลุมสิว ริ้วรอย และผิวบาง
  • Exosome เป็นสารสื่อสารระดับเซลล์ที่ได้จากสเต็มเซลล์ มีขนาดเล็กมาก ซึมลึก ทำหน้าที่ส่งสัญญาณให้เซลล์ซ่อมแซมตัวเอง ลดการอักเสบ เหมาะกับผิวแพ้ง่ายและต้องการฟื้นฟูเร่งด่วน
  • การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ โดยพิจารณาจากปัญหาผิว ความต้องการ และสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล บางกรณีอาจใช้ร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่ครอบคลุม
  • ทุกหัตถการควรทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์การรักษาที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ศาสตร์แห่งการฟื้นฟูผิวระดับเซลล์: ทำความเข้าใจ PRP, Exosome และ Rejuran

ในปัจจุบัน วงการแพทย์ความงามได้ก้าวสู่การดูแลผิวในระดับที่ลึกกว่าการแก้ปัญหาที่ผิวชั้นนอก แต่เป็นการฟื้นฟูและซ่อมแซมโครงสร้างผิวตั้งแต่ระดับเซลล์ (Regenerative Medicine) ซึ่ง PRP, Exosome และ Rejuran คือสามทรีตเมนต์ที่เป็นหัวใจของแนวทางนี้ โดยแต่ละตัวมีที่มา กลไกการออกฤทธิ์ และเป้าหมายในการแก้ปัญหาผิวที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

ความเข้าใจในความแตกต่างของทั้งสามทรีตเมนต์นี้เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้สามารถเลือกหัตถการที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูผิวโดยรวมด้วยกลไกธรรมชาติของร่างกาย, การซ่อมแซมโครงสร้างผิวที่เสียหายอย่างจำเพาะเจาะจง หรือการส่งสัญญาณกระตุ้นเซลล์ผิวแบบครอบคลุม ที่ Mediqueen Clinic พัทยา ทีมแพทย์นำโดย นพ. ภัทรเดช เจริญช่าง (ว.37670) ให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้คนไข้ร่วมตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับตนเอง

PRP (Platelet-Rich Plasma): พลังแห่งการซ่อมแซมจากเกล็ดเลือดของเรา

PRP หรือ Platelet-Rich Plasma คือการนำเลือดของคนไข้มาปั่นแยกเพื่อสกัดเอาเฉพาะส่วนที่เป็นพลาสมาซึ่งอุดมไปด้วยเกล็ดเลือดที่มีความเข้มข้นสูงกว่าในเลือดปกติหลายเท่า หัวใจสำคัญของ PRP คือ Growth Factors จำนวนมากที่ถูกปล่อยออกมาจากเกล็ดเลือดเมื่อถูกกระตุ้น สารเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้ส่งสารที่ไปกระตุ้นสเต็มเซลล์ในบริเวณใกล้เคียงให้เริ่มกระบวนการซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อใหม่

กลไกหลักของ PRP คือการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน, ส่งเสริมการสร้างหลอดเลือดฝอยใหม่ๆ เพื่อนำสารอาหารมาหล่อเลี้ยงผิวได้ดีขึ้น จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพผิวโดยรวมให้ดูสดใสเปล่งปลั่งขึ้น ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ หรือใช้ในการรักษาปัญหาผมร่วงผมบาง อย่างไรก็ตาม ความเข้มข้นของ Growth Factor ใน PRP ของแต่ละบุคคลอาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสุขภาพและช่วงวัย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณา

Rejuran: การซ่อมแซม DNA และสร้างเกราะป้องกันผิวด้วย Polynucleotide (PN)

Rejuran เป็นทรีตเมนต์ที่ใช้สารสำคัญคือ Polynucleotide (PN) ซึ่งเป็นชิ้นส่วน DNA ที่มีความบริสุทธิ์สูง สกัดจากอสุจิของปลาแซลมอนในธรรมชาติ และมีความเข้ากันได้กับ DNA ของมนุษย์สูง ทำให้มีความปลอดภัยและไม่กระตุ้นให้เกิดการต่อต้านจากร่างกาย กลไกของ Rejuran ไม่ใช่การเติมเต็มเหมือนฟิลเลอร์ แต่เป็นการเข้าไป 'ซ่อมแซม' เซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพหรือเสียหายจากปัจจัยต่างๆ เช่น แสงแดด มลภาวะ หรืออายุที่เพิ่มขึ้น

เมื่อฉีด Rejuran เข้าสู่ผิวหนังชั้นหนังแท้ โมเลกุล PN จะเข้าไปจับกับตัวรับบนผิวเซลล์ Fibroblast เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและส่วนประกอบของผิว (Extracellular Matrix) ขึ้นมาใหม่ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นโครงสร้างตาข่าย (Scaffolding Effect) ให้เซลล์ผิวยึดเกาะและเติบโตอย่างเป็นระเบียบ ทำให้ผิวหนาแน่น แข็งแรง และยืดหยุ่นขึ้น จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวบาง ผิวอ่อนแอ รูขุมขนกว้าง ริ้วรอยเล็กๆ และหลุมสิวตื้นๆ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นและแดดจัดอย่างเมืองพัทยา ซึ่งผิวต้องการเกราะป้องกันที่แข็งแรงเป็นพิเศษ

Exosome: อัจฉริยะสารสื่อสารจากสเต็มเซลล์เพื่อการฟื้นฟูผิวองค์รวม

Exosome (เอ็กโซโซม) คือเทคโนโลยีการฟื้นฟูผิวที่ล้ำหน้าไปอีกขั้น เอ็กโซโซมไม่ใช่เซลล์ แต่เป็นถุงขนาดนาโน (Extracellular Vesicles) ที่สเต็มเซลล์หลั่งออกมาเพื่อใช้ในการสื่อสารระหว่างเซลล์ ภายในถุงเหล่านี้บรรจุสารชีวโมเลกุลที่จำเป็นกว่า 1,000 ชนิด เช่น Growth Factors, Cytokines, mRNA, miRNA ซึ่งทำหน้าที่เป็น 'คำสั่ง' หรือ 'พิมพ์เขียว' ที่จะถูกส่งไปยังเซลล์เป้าหมายเพื่อบอกให้เซลล์นั้นๆ ซ่อมแซมตัวเอง ลดการอักเสบ หรือสร้างเซลล์ใหม่

จุดเด่นของ Exosome คือความเป็น Cell-Free Therapy คือไม่มีเซลล์ที่มีชีวิตอยู่ จึงลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้เซลล์โดยตรง และด้วยขนาดที่เล็กมาก ทำให้สามารถซึมผ่านเข้าสู่เซลล์ผิวต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ASCE+ EXOSOME SRLV ที่ Mediqueen Clinic เลือกใช้ เป็นเอ็กโซโซมบริสุทธิ์ที่สกัดจากสเต็มเซลล์กุหลาบดามาสก์ ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในการต้านการอักเสบและฟื้นฟูผิวอย่างครอบคลุม เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย ผิวอักเสบ ต้องการฟื้นฟูผิวหลังทำเลเซอร์ หรือต้องการชะลอวัยของผิวในระดับลึก

เทียบหมัดต่อหมัด: ควรเลือกทรีตเมนต์ไหนให้เหมาะกับปัญหาผิว

เมื่อเปรียบเทียบกันโดยตรงจะเห็นความแตกต่างที่ชัดเจน **PRP** เน้นการใช้กลไกของร่างกายตัวเองในการฟื้นฟูแบบ 'องค์รวม' แต่ผลลัพธ์อาจแปรผันตามสุขภาพของแต่ละบุคคล **Rejuran** เน้นการ 'ซ่อมสร้าง' โครงสร้างผิวให้แข็งแรงและหนาแน่นขึ้นอย่างจำเพาะเจาะจง เหมาะกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และหลุมสิว

ในขณะที่ **Exosome** เน้นการ 'สื่อสารและสั่งการ' เซลล์ผิวให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยให้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมทั้งการลดการอักเสบ กระตุ้นคอลลาเจน และฟื้นฟูผิวที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรง การตัดสินใจจึงขึ้นอยู่กับเป้าหมายหลัก หากต้องการปรับปรุงสุขภาพผิวโดยรวม PRP เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ หากต้องการแก้ปัญหาผิวบางและหลุมสิว Rejuran จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า และหากต้องการการฟื้นฟูที่ครอบคลุมและรวดเร็ว โดยเฉพาะในผิวที่บอบบาง Exosome ถือเป็นตัวเลือกที่โดดเด่น

การวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล: ทำไมการปรึกษาแพทย์จึงสำคัญ

ไม่มีทรีตเมนต์ใดทรีตเมนต์หนึ่งที่เหมาะกับทุกคน การเลือกหัตถการที่เหมาะสมจำเป็นต้องอาศัยการประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ แพทย์จะพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งปัญหาผิวที่กังวล, ลักษณะผิว, อายุ, ไลฟ์สไตล์ และประวัติทางการแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยสำหรับคนไข้แต่ละราย

ในบางกรณี แพทย์อาจแนะนำให้ทำทรีตเมนต์หลายอย่างร่วมกัน (Combination Therapy) เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น เช่น การใช้ Rejuran เพื่อสร้างความแข็งแรงให้โครงสร้างผิว ควบคู่ไปกับการใช้ Exosome เพื่อลดการอักเสบและเร่งการฟื้นฟู ที่ Mediqueen Clinic พัทยา เราเชื่อมั่นในการดูแลแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment Plan) เพื่อให้ทุกการรักษาสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรกเสมอ โปรดทราบว่าผลลัพธ์ของการรักษาขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล

คำถามที่พบบ่อย

การทำ Rejuran หรือ Exosome เจ็บไหม และต้องพักฟื้นนานเท่าใด?

ก่อนทำจะมีการทายาชาบริเวณที่จะฉีดเพื่อลดความรู้สึกเจ็บ ระหว่างทำอาจรู้สึกเล็กน้อยคล้ายมดกัด หลังทำอาจมีรอยแดงหรือตุ่มนูนเล็กๆ บริเวณที่ฉีด ซึ่งโดยทั่วไปจะค่อยๆ ยุบและหายไปเองภายใน 1-3 วัน สามารถใช้ชีวิตประจำวันและแต่งหน้าได้ตามปกติในวันถัดไป แต่ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าแรงๆ การออกแดดจัด และการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 2-3 วันแรก

สามารถทำ Rejuran และ Exosome ในครั้งเดียวกันได้หรือไม่?

สามารถทำร่วมกันได้ และในหลายกรณีการทำร่วมกันอาจให้ผลลัพธ์ที่ส่งเสริมกันได้ดี โดยแพทย์จะเป็นผู้วางแผนการรักษาที่เหมาะสม เช่น การใช้ Rejuran เพื่อเสริมสร้างโครงสร้างผิว และใช้ Exosome เพื่อลดการอักเสบและกระตุ้นการฟื้นฟูเซลล์โดยรวม การทำทรีตเมนต์ร่วมกันควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

ต้องทำบ่อยแค่ไหน และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานเท่าไร?

ความถี่ในการทำขึ้นอยู่กับทรีตเมนต์และสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปในช่วงแรก แพทย์อาจแนะนำให้ทำ 2-3 ครั้ง ห่างกันทุก 3-4 สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นผิวอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นสามารถเว้นระยะห่างเพื่อคงสภาพผิว (Maintenance) ทุก 6-12 เดือน ผลลัพธ์ที่ได้จะคงอยู่ได้นาน แต่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ถาวร เพราะผิวคนเรามีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัยและปัจจัยแวดล้อม การดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอจะช่วยรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น

Exosome แตกต่างจากการฉีดสเต็มเซลล์สดอย่างไร?

เป็นคำถามที่ดีมาก Exosome คือสารสกัดที่ 'ไม่มีเซลล์ที่มีชีวิต' (Cell-Free) แต่เป็นสารชีวโมเลกุลที่สกัดมาจากสเต็มเซลล์เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ในขณะที่การฉีดสเต็มเซลล์สด (Live Stem Cell Therapy) คือการนำเซลล์ที่มีชีวิตฉีดเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งอาจมีความเสี่ยงมากกว่าและยังมีการควบคุมที่เข้มงวดในหลายประเทศ การใช้ Exosome จึงเป็นทางเลือกที่มีความปลอดภัยสูงกว่าในการนำคุณสมบัติการฟื้นฟูของสเต็มเซลล์มาใช้

⚠️ ผลลัพธ์ขึ้นกับแต่ละบุคคล · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

💬 ปรึกษาแพทย์ฟรี ทาง LINE
💬 ปรึกษาฟรี · LINE