ร้อยไหม: เทคนิคยกกระชับ ปรับกรอบหน้าให้คมชัดขึ้น
การร้อยไหมคือเทคนิคทางการแพทย์เพื่อยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการใช้เส้นไหมละลาย (PDO) ที่ปลอดภัยสอดใต้ชั้นผิวเพื่อสร้างแรงพยุงและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้กรอบหน้าดูคมชัดและผิวเต่งตึงขึ้น เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน ที่ Mediqueen Clinic ทุกหัตถการดูแลโดยแพทย์ (ว.37670) เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไป
ประเด็นสำคัญ
- การร้อยไหมเป็นหัตถการที่ใช้ไหมละลายทางการแพทย์ (PDO) สอดใต้ผิวหนังเพื่อช่วยยกกระชับและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง และต้องการปรับกรอบหน้าให้ชัดเจนขึ้น
- เป็นทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลาทำไม่นาน และมีระยะเวลาพักฟื้นสั้นกว่าการผ่าตัดดึงหน้า
- มีเส้นไหมหลายรูปแบบ เช่น ไหมเรียบและไหมเงี่ยง (ไหมก้างปลา) ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้ตามความเหมาะสมของปัญหาผิว
- ผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นและคงอยู่ได้ระยะหนึ่ง ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
หลักการทำงานของการร้อยไหม
การร้อยไหม คือ เทคนิคการใช้เข็มนำเส้นไหมละลายชนิด Polydioxanone (PDO) ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ในวงการแพทย์มานานและมีความปลอดภัยสูง สอดเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังในทิศทางที่กำหนดไว้ เส้นไหมจะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างช่วยพยุงและดึงรั้งผิวหนังที่หย่อนคล้อยให้ยกกระชับขึ้น
นอกจากการยกกระชับทางกายภาพแล้ว ตัวเส้นไหมยังกระตุ้นให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) สร้างเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่รอบๆ แนวไหม ส่งผลให้ผิวมีความหนาแน่น แข็งแรง และยืดหยุ่นมากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปไหมจะสลายไปตามธรรมชาติ แต่โครงข่ายคอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จะยังคงช่วยพยุงผิวต่อไปอีกระยะหนึ่ง
ชนิดของเส้นไหมที่นิยมใช้
ปัจจุบันมีการพัฒนาเส้นไหมสำหรับร้อยไหมหลากหลายชนิด โดยทั่วไปจะแบ่งตามลักษณะของเส้นไหมได้เป็น 2 ประเภทหลัก:
1. ไหมเรียบ (Mono Threads): เป็นเส้นไหมเรียบๆ ไม่มีเงี่ยง เหมาะสำหรับการร้อยเป็นตาข่ายเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวเฟิร์มกระชับ ลดริ้วรอยเล็กๆ และปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวม แต่ให้ผลด้านการดึงยกไม่มากนัก
2. ไหมมีเงี่ยง (Cog Threads): หรือที่มักเรียกกันว่า 'ไหมก้างปลา' เป็นเส้นไหมที่มีเงี่ยงเล็กๆ ตลอดแนวเส้นไหม ซึ่งเงี่ยงเหล่านี้จะทำหน้าที่เกาะเกี่ยวกับเนื้อเยื่อใต้ผิว ทำให้สามารถดึงรั้งและยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการยกแก้ม ปรับกรอบหน้าให้เรียวคมชัด ใช้จำนวนเส้นไหมน้อยกว่าแบบเรียบ
ใครบ้างที่เหมาะกับการร้อยไหม
การร้อยไหมเป็นหัตถการที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวในระดับน้อยถึงปานกลาง โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุประมาณ 35 ปีขึ้นไปที่เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของกรอบหน้า แก้มตก หรือมีร่องแก้มที่ลึกขึ้น นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้ที่อายุน้อยแต่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวกระชับมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผิวหนังมีความหย่อนคล้อยมาก การร้อยไหมเพียงอย่างเดียวอาจให้ผลลัพธ์ไม่เพียงพอ แพทย์อาจพิจารณาทำหัตถการอื่น เช่น ฟิลเลอร์ ควบคู่ไปด้วยเพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น
ข้อดีและข้อควรพิจารณาของการร้อยไหม
ข้อดี: เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด จึงไม่มีความเสี่ยงจากการดมยาสลบและไม่มีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ ใช้เวลาทำไม่นานประมาณ 30-60 นาที และใช้เวลาพักฟื้นสั้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เกือบเป็นปกติ อาการบวมช้ำมีไม่มากและจะค่อยๆ หายไปเอง
ข้อควรพิจารณา: อาจมีความรู้สึกเจ็บขณะฉีดยาชาและระหว่างทำได้บ้าง หลังทำอาจมีอาการบวม แดง หรือรอยช้ำตามแนวไหม ซึ่งเป็นอาการปกติและจะค่อยๆ ดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ มีความเสี่ยงในการติดเชื้อหากทำในสถานพยาบาลที่ไม่ได้มาตรฐาน หรืออาจเกิดรอยบุ๋ม ผิวไม่เรียบได้หากทำโดยผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญ ดังนั้น การเลือกคลินิกและแพทย์ที่มีประสบการณ์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
การดูแลตัวเองหลังการร้อยไหม
เพื่อให้ผลลัพธ์ของการร้อยไหมเป็นไปอย่างราบรื่นและลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด:
• หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนสูง เช่น การทำเลเซอร์ ทรีตเมนต์ที่ใช้ความร้อน ซาวน่า ในบริเวณที่ร้อยไหมเป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือน
• งดการนวดหน้า กด หรือถูใบหน้าแรงๆ ในช่วง 1-2 เดือนแรก
• หลีกเลี่ยงการอ้าปากกว้างๆ หรือการแสดงสีหน้าอย่างรุนแรงในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก
• หากพบอาการผิดปกติ เช่น บวมแดงมากผิดปกติ มีอาการปวดต่อเนื่อง หรือมีหนอง ควรกลับไปพบแพทย์ทันที
คำถามที่พบบ่อย
การร้อยไหมเจ็บหรือไม่?
ก่อนเริ่มทำหัตถการ แพทย์จะทายาชาและฉีดยาชาบริเวณที่จะร้อยไหมเพื่อลดความรู้สึกเจ็บ ระหว่างทำอาจรู้สึกตึงๆ หรือเจ็บเล็กน้อยได้บ้าง แต่เป็นระดับที่ทนได้ โดยทั่วไปใช้เวลาทำประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณและจำนวนเส้นไหม
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังร้อยไหมมีอะไรบ้าง?
หลังทำอาจพบอาการบวม แดง รอยช้ำ หรือผิวไม่เรียบเป็นคลื่นตามแนวไหมได้ ซึ่งเกิดจากการกระตุ้นเนื้อเยื่อและอาการบวมใต้ผิวหนัง และจะรู้สึกตึงรั้งใบหน้าในช่วงแรก อาการเหล่านี้เป็นเรื่องปกติและจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนเมื่อไหร่?
โดยทั่วไปจะสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องการยกกระชับได้ส่วนหนึ่งหลังทำ แต่ผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออาการบวมลดลงและผิวเริ่มกระบวนการสร้างคอลลาเจน โดยจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนเต็มที่ในช่วง 1-2 เดือนหลังทำ
⚠️ ผลลัพธ์ขึ้นกับแต่ละบุคคล · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ
💬 ปรึกษาแพทย์ฟรี ทาง LINE